วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 7 การแก้ไขปัญหาและการบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์


ปัญหาข้อขัดข้องจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ แบ่งออกได้เป็น ประเภทคือ
1.ปัญหาข้อขัดข้องทางฮาร์ดแวร์
2.ปัญหาข้อขัดข้องทางซอร์ฟแวร์
3.ปัญหาข้อขัดข้องที่เกิดจากตัวผู้ใช้
รูปแบบการแจ้งเตือนของไบออส มีอยู่ วิธีด้วยกัน คือ
1.การส่งรหัสเสียงปี๊บ (Beep Code)
2.การแจ้งเตือนผ่านข้อความทางจอภาพ
ปัญหาจากเครื่องเปิดไม่ติด ในบางครั้งอาจเกิดจากสาเหตุที่คาดไม่ถึง เช่น ปลั๊กไฟเสียบไม่แน่น หรือสายสัญญาณที่เสียบอยู่หลวม
ปัญหาจากเครื่องร้อนผิดปกติ สามารถตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้
- ตำแหน่งหรือสถานที่ที่วางเครื่องคอมพิวเตอร์ ว่าอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกหรือไม่ มีวัตถุอะไรวางปิดช่องระบางอากาศหรือเปล่า -ตรวจดูว่าพัดลมระบายความร้อนยังทำงานดีหรือเปล่า
- ภายในเคส มีสิ่งรกรุงรังอย่างสายไฟ หรือสายเคเบิลต่างๆ ขวางทิศทางการระบายอากาศหรือไม่
ถ้าคอมพิวเตอร์ใช้งานมานานโดยไม่เคยเป่าฝุ่น ให้เปิดฝาเคสแล้วนำออกไปเป่าฝุ่นภายในออก
- กรณีคอมพิวเตอร์มีการใช้งานมายาวนานหลายปี สารเชื่อมความร้อนอาจเสื่อมสภาพ -กรณีชุดระบายความร้อนซีพียูเดิม ระบายความร้อนได้ไม่ดีพอ ให้เปลี่ยนชุดใหม่ที่มีคุณภาพ




ข้อขัดข้องจากไฟตก สามารถใช้อุปกรณ์ UPS มาใช้แก้ไขปัญหา
ข้อขัดข้องจากอาการจอฟ้า มักเกิดจากอุปกรณ์ฮาร์แวร์ภายในเครื่องมีปัญหาเป็นส่วนใหญ่

ปัญหาจากเครื่องขับดีวีดีไม่ยอมเลื่อนถาดออกมา สามารถนำลวดหนีบกระดาษ แล้วดัดให้เป็นแนวตรง จากนั้นให้สอดลวดเข้าไปใน Eject Pin Hold ถาดรองงจะค่อยๆ ขยับออกมา

ปัญหาจากกระดาษติดภายในเครื่องพิมพ์ ทำให้งานพิมพ์ต้องหยุดชะงักกลางคัน ไม่สามารถพิมพ์ต่อไปได้ จนกว่าจะดำเนินการแก้ไขกระดาษที่ติดอยู่ภายในให้เสร็จสิ้นเสียก่อน การป้องกันและบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์ เกี่ยวข้องกับงานต่อไปนี้
- การจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
การทำความสะอาด
- การขนย้าย การจัดทำตารางบำรุงรักษา ให้กันคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ จะช่วยให้อุปกรณ์มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น โดยมีทั้งตารางบำรุงรักษารายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายหกเดือน การทำความสะอาดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เกี่ยวข้องกับงานต่อไปนี้
การทำความสะอาดตัวถังเครื่อง
การทำความสะอาดจอภาพ
การเป่าฝุ่นภายในเคส
การทำความสะอาดอะแดปเตอรฺการ์ด
การทำความสะอาดเมาส์
การทำความสะอาดคีบอร์ด
-การทำความสะอาดเครื่องขับและแผ่นซีดี
การทำความสะอาดเครื่องพิมพ์ ไฟฟ้าสถิต เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่มีอากาศแห้ง ความชื้นในอากาศต่ำ ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตบนผิวหนัง และหากมีการสัมผัสกับวัตถุที่เป็นตัวนำ จะทำให้เกิดการถ่ายเทประจุไปยังตัวนำอย่างรวดเร็ว และถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
 สำหรับวิธีป้องกันคือ
อย่าสัมผัสกับอุปกรณ์อิเล็กหรอนิกส์โดยตรง
ควรสัมผัสตัวถังเครื่องก่อนสัมผัสอุปกรณ์ภายในเพื่อคลายประจุลงดิน
การใส่ถุงมือป้องกันไฟฟ้าสถิต - การใช้สายรัดข้อมูลป้องกันไฟฟ้าสถิต
การใช้ของป้องกันไฟฟ้าสถิตในการบรรจุอุปรณ์อิเล็กหรอนิกส์์ มลภาวะทางไฟฟ้า ประกอบด้วย
ไฟดับ คือกระแสไฟฟ้าหยุดการทำงานโดยทันที ทำให้อุปกรณ์ไม่สามรถจ่ายกระแสไฟฟ้าต่อไฟได้อีก
ไฟฟตก เกิดจากแรงดันไฟฟ้าลดต่ำลงชั่วขณะ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าบางชิ้นเกิดออาการติดๆดับๆ
ไฟกระชาก เกิดจากแรงดันไฟฟ้าสูงขึ้นโดยกระทันหันในช่วงเวลาสั้นๆ
ไฟเกิน เกิดจากแรงดันไฟฟ้าสูงขึ้นชั่วขณะหนึ่ง
สัญญาณรบกวน เกิดจากการรบกวนของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า และคลื่นความถี่วิทยุภายในสายส่ง UPS คืออุปกรณ์สำรองไฟฟ้า โดยภายในเครื่องจะมีแบตเตอรี่สำรอง ทำหน้าที่เก็บประจุไฟฟ้าแบบกระแสตรงไว้ใช้งานในยามฉุกเฉิน ครั้นเมื่อไฟฟ้าดับ ก็จะมีเวลาพอในการสั่งบันทึกข้อมูลและสั่งปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ตามปกติ
ชนิดของ UPS ประกอบด้วย
1. Off-Line UPS ทำหน้าที่ป้องกันปัญหากรณีไฟฟ้าดับได้เพียงอย่างเดียว
2. On-Line Protection UPS ภายในจะมีระบบป้องกันแรงดันไฟฟ้า (ไฟเกินและไฟตก) โดยจะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Stabilizer ทำหน้าที่ปรับระดับแรงดันไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
3. True On-Line UPS เป็น UPS ที่มีระบบป้องกันมลภาวะทางไฟฟ้าอย่างครบครันและยังมีระบบสำรองไฟฟ้าที่ยาวนานนับชั่วโมง เหมาะกับธุรกิจอุตสาหกรรมและเคครื่องมือแพทย์
แนวทางในการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย
 1.หลีกเลี่ยงการใช้สื่อจากแหล่งอื่นในการบูตเครื่อง
2.ตั้งค่าระดับความปลอดภัยในโปรแกรมประยุกต์ เพื่อป้องกันไวรัสมาโคร
3.การใช้โปรแกรมป้องกันไวรัส
4.ไม่ควรเปิดไฟล์เอกสารที่มีไวรัสแฝงตัวอยู่
5.ควรตรวจสอบสื่อบันทึกข้อมูลก่อนใช้งานเสมอ 6.ป้องกันการบันทึกข้อมูลด้วยการ Write Protect

บทที่ 6 การปรับแต่งระบบปฎิบัติการและเทคนิคพื้นฐารที่ควรรู้

การปรับแต่งให้ระบบปฏิบัติการ Windows  ทำการ Shutdown ได้รวดเร็วทันใจ


           หลายท่าน ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows แล้วพบว่า มีปัญหาเรื่องการ Shutdown ที่รู้สึกว่าจะช้ามาก ต้องนั่งคอย ค่อนข้างนาน กว่าเคร่องจะปิดตัวเองลงได้ ลองมาดูขั้นตอนการปรับแต่ง ให้ระบบของ Windows มีการShutdown ที่รวดเร็วขึ้นกันดีกว่า
ก่อนอื่น มาทราบสาเหตุของการ Shutdown ที่ช้ากันก่อน สาเหตุหลัก ๆ ที่พบกันบ่อย ก็เนื่องมาจาก ขั้นตอนของการ Shutdown นั้น ระบบจะทำการปิด serviceต่าง ๆ แต่เนื่องจากบาง service มีปัญหาและไม่สามารถปิดได้ จึงมีการรออยู่ระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะ ทำการยกเลิกและ Shutdown ตัวเอง ซึ่งอาจจะมีต้นตอมาจาก การลง driver ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ถูกต้อง หรือเกิดจาก โปรแกรมป้องกันไวรัส บางตัวก็ได้ ดังนั้น การแก้ไขแบบง่าย ๆ ก็คือ ทำการกำหนดช่วงเวลาของการปิด service เหล่านี้ ให้เร็วขึ้น โดยการเข้าไปแก้ไขในระบบRegistry ของ Windows ครับ


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การปรับแต่งให้ระบบปฏิบัติการ Windows  ทำการ Shutdown ได้รวดเร็วทันใจ 

- การกำหนดไอคอน

- การตั้งต่าเวลาและวันที่

- การกำหนดภาพพื้นหลัง

- การวางไอคอนโปรแกรม

- การตั้งค่าพลังงาน

- การตั้งค่าเมาส์

- การแสดงรายละเอียดของเครื่อง

- การแสดงความละเอียดของจอภาพ

- การอัปเดต

- การตั้งค่าเวลาปิดอัตโนมัติ

- การตั้งค่าเวลาเปิดอัตโนมัต

- การตั้งค่า เซฟโมต

- การตั้งค่าฟอนต์

- การถอนโปรแกรมออกจากเครื่อง

- การเชื่อมต่อ สองจอภาพ

- การปิดเครื่องในวินโดว์ 8.1